ทำไม ทำไม ทำไม

posted on 13 Jun 2007 13:46 by kakazearth

วันนี้เข้ามาอัพบลอคด้วยความรู้สึกหงุดหงิด

ทำไมต้องมีใครมายุ่งกับชีวิตเรามากมายด้วย

เราอยากอยู่เฉยๆ เงียบๆ คนเดียว

เราไม่อยากยุ่งกับใครในตอนนี้

ทำไมต้องมีใครมาสั่งให้ทำนู้นทำนี่ด้วย

ทำไมคนเราต้องมีสังคม

ทำไมคนเราต้องมีความสัมพันที่ดีกับคนอื่นด้วย

ทำไมคนเราต้องทำอะไรตามใจคนอื่นด้วย

ในเมื่อชีวิตเป้นของเรา

ทำไม ทำไม ทำไม ไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง

ไม่เข้าใจเลยจิงๆ

1 วัน มี 24 ชั่วโมง

posted on 12 Jun 2007 14:11 by kakazearth

คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมรู้สึกว่ามีเวลาน้อยกว่าคนอื่น จิงๆแล้วไม่ใช่ อย่างนั้น เราเลือกที่จะทำอะไรๆ ตามที่ใจคิดไว้หรือป่าว ถ้าเราคิดไว้แล้วไม่ทำ ต่อให้มีเวลามากกว่าคนอื่นก้อไม่ได้ช่วยอะไร เรื่องของเรื่อง เราแค่รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรบางอย่างที่อยากทำ คือ เรากับน้องคนนึงที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด แต่ตอนเด็กๆเราไม่สนิทกันมาก เพราะเราไม่ได้อยู่บ้านใกล้กัน จะเจอกันก้อเวลาที่ที่บ้านจัดงานปีใหม่ งานบวช งานศพ หรืองานทำบุญต่างๆ เท่านั้น และพอยิ่งโตขึ้นเราก้อยิ่งไม่ได้เจอกันเข้าไปใหญ่ เราแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลยหลายปีมาก และได้มาเจอกันอีกทีตอนงานศพคุณย่าของน้องเค้า ซึ่งตอนนั้นเราก้อกลับมาคุยกันอีกครั้งได้ประมาณ 1 ปี แล้วก้อห่างหายกันไป จนเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสกลับไปกรุงเทพฯ หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้ 1ปี โดยที่ไม่ได้บอกน้องเค้าเลย เราก้อเลยลองโทรไปที่บ้านและขอเบอร์มือถือน้องเค้าดู แต่สิ่งที่ได้รู้มาคือที่บ้านเค้าบอกว่าน้องมาอยู่เชียงใหม่ช่วงปิดเทอม และเราก้อได้คุยกับน้องเค้าอีกครั้ง จากที่หวังว่าจะได้เจอกันก้อเลยไม่ได้เจออีกเพราะในระหว่างที่น้องเค้าอยู่เชียงใหม่เรากลับอยู่ที่กรุงเทพฯ ก้อเป็นอันว่าไม่ได้เจอกันอีก เมื่อเรากลับมาที่เชียงใหม่ และโทรหาน้องเค้าก้อยังอยู่ที่เชียงใหม่อีก 2 อาทิตย์ และบอกว่าให้เราไปหา แต่เรากลับบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมไปหา อ้างเหตุผลต่างๆนานา จนน้องเค้าคงน้อยใจ ไม่ค่อยโทรมาหาเลย จะโทรมาอีกที่ก้อบอกว่า "พี่เอิร์ท หนูจะโทรมาบอกว่าวันนี้หนูจะกลับกรุงเทพแล้วนะ ไม่มีอะไรหรอก จะโทรมาบอกแค่นี้แหละค่ะ ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด..." เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราละเลยในการแคร์ความรู้คนๆนึงไปหรือเปล่า วันนั้นเราเลยตัดสินใจ ไปหาน้องเค้าที่บ้าน และก้อได้เจอกีนอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาน่าจะประมาณ 3 ปี ได้ และน้องเค้าก้อกลับกรุงเทพฯไปโดยสวัสดิภาพ แต่เราก้อยังแอบรู้สึกผิดอีกอยู่ดีที่เรามีเวลาไปหาน้องเค้าตั้งเยอะ แต่ก้อไม่ยอมไป

แต่พอถึงตอนนี้เรากลับรู้สึกอยากเจอน้องเค้ามากๆ แต่เราอยู่ไกลกันเกินไป ถึงใครจะบอกว่ากรุงเทพ-เชียงใหม่ ไม่เห็นจะไกลกันมาก แต่เราก้อไม่ได้มีโอกาสได้ไปกรุงเทพบ่อยพอที่จะไปหาน้องเค้าได้ทุกครั้งที่รู้สึกคิดถึงด้วยเหตุผลอะไรหลายๆอย่างทำให้เรารู้สึกเสียดายเวลาที่น้องเค้าอยู่ที่เชียงใหม่ นั่นคือสิ่งที่เราจะบอกเรื่องเวลาของคนทุกคนเท่ากัน แต่อยู่ที่ว่าคนๆนั้นจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง แล้วเราจะไม่เสียใจถ้าเวลามันผ่านไปตามกลไกของมัน

ใบเบิกทาง

posted on 30 May 2007 13:17 by kakazearth

ปริญญา

ก้อเป็นแค่การดาษแผ่นหนึ่งที่เป็นใบเบิกทางในการทำงาน แต่ก้อมีคนอีกไม่น้อยที่ไม่มีใบเบิกทางใบนี้แล้วสามารถทำงานได้ดี แล้วอะไรคือสิ่งที่จะวัดได้ล่ะว่าคนที่มีใบเบิกทางหรือไม่มีใบเบิกทางจะทำงานได้ดีกว่ากัน

บางคนเลือกเรียนในสาขาที่ตัวเองชอบ แต่บางคนเลือกเรียนตามใจพ่อแม่ หรืออาจจะเลือกเรียนอะไรก้อได้เพื่อให้ได้ใบเบิกทาง แล้วจริงๆแล้วใบเบิกทางนี่สำคัญตรงไหน???หรือถ้าใครไม่ใบเบิกทางก้อจะไม่มีหน้ามีตาในสังคม ไม่เป็นที่ยอมรับ ไม่ได้รับความเชื่อถือ

แต่อย่าลืมนะว่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่เป็นผู้คิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนในสมัยนี้ได้ใช้กัน เช่น เซอร์ไอแซก นิวตัน ที่ตั้งกฎแรงโน้มถ่วง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ตั้งทฤษฎีสัมพันธภาพ ซึ่งนำไปใช้ในการสร้างระเบิดปรมาณู จมส์ วัตต์ สร้างเครื่องจักรไอน้ำสำเร็จเป็นคนแรก กาลิเลโอ กาลิเลอี ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ดูดาว สองพี่น้องตระกูลไรท์ สร้างเครื่องบินสำเร็จเป็นคนแรกของโลก ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก้อไม่ได้มีใบเบิกทางที่คนแทบทุกคนอยากมีเหมือนกันนะ

แล้วเรายังจำเป็นต้องมีใบเบิกทางใบนี้อยู่มั้ย??????????


edit @ 2007/05/30 13:17:57
edit @ 2007/05/30 13:18:37
edit @ 2007/05/30 13:20:43